ริ้วรอยบนใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกัน และการขยับกล้ามเนื้อของแต่ละคนก็แตกต่างกัน การฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน จึงควรเริ่มต้นจากการประเมินลักษณะริ้วรอย การทำงานของกล้ามเนื้อ และโครงสร้างใบหน้า เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
Xeomin Program คืออะไร?
Xeomin Program (อินโคโบทูลินัมท็อกซิน เอ / incobotulinumtoxinA) คือ โบทูลินัม ท็อกซิน ชนิดเอ ที่ออกฤทธิ์ต่อการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด
เมื่อการหดตัวของกล้ามเนื้อลดลง ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ เช่น การเลิกคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือยิ้ม จึงดูตื้นและนุ่มนวลขึ้น
Xeomin Program ทำงานอย่างไร?
เมื่อเราขยับใบหน้า เส้นประสาทจะส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อเพื่อให้เกิดการหดตัว
Xeomin Program จะออกฤทธิ์บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ โดยยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่เรียกว่า อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งมีบทบาทในการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัว
เมื่อสัญญาณที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อลดลง กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดจะทำงานลดลงชั่วคราว จึงช่วยลดการเกิดริ้วรอยที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
Xeomin Program ช่วยดูแลริ้วรอยบริเวณไหนได้บ้าง?
โดยทั่วไปสามารถใช้ดูแลริ้วรอยที่สัมพันธ์กับการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น
- หน้าผาก
ริ้วรอยที่เกิดจากการเลิกคิ้ว หรือยกหน้าผาก - ระหว่างคิ้ว
รอยย่นที่เกิดจากการขมวดคิ้ว - หางตา
ริ้วรอยที่เกิดจากการยิ้ม หรือหรี่ตา
ตำแหน่งและปริมาณที่ใช้จะพิจารณาตามการทำงานของกล้ามเนื้อและลักษณะใบหน้าของแต่ละบุคคล
จุดเด่นของ Xeomin Program คืออะไร?
ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อนที่ไม่จำเป็นต่อการออกฤทธิ์
จุดหนึ่งที่น่าสนใจของ Xeomin Program คือ อินโคโบทูลินัมท็อกซิน เอ (incobotulinumtoxinA) มีเฉพาะส่วนของสารออกฤทธิ์ และไม่มีโปรตีนเชิงซ้อนที่เรียกว่า Complexing Proteins
โปรตีนกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นส่วนที่จำเป็นต่อการออกฤทธิ์ของโบทูลินัม ท็อกซิน และองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์มีความเกี่ยวข้องกับการศึกษาด้าน การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (immunogenicity) ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจเมื่อใช้โบทูลินัม ท็อกซินในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ Xeomin Program จึงมีงานวิจัยที่ศึกษาประเด็นเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ
ทำไมบางคนฉีด Botulinum Toxin แล้วรู้สึกว่า “ดื้อโบ”?
คำว่า “ดื้อโบ” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปเมื่อการตอบสนองต่อโบทูลินัม ท็อกซินลดลง หรือผลที่เคยได้รับไม่เหมือนเดิม
หนึ่งในสาเหตุที่มีการศึกษาคือ การที่ร่างกายสร้าง แอนติบอดีที่สามารถยับยั้งการออกฤทธิ์ของยา (Neutralizing Antibodies) ขึ้นมา
แอนติบอดีเหล่านี้สามารถจับกับสารออกฤทธิ์ของโบทูลินัม ท็อกซิน และอาจทำให้การรักษาตอบสนองลดลง
อย่างไรก็ตาม การที่ผลการรักษาลดลง ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากแอนติบอดีเสมอไป ยังมีปัจจัยอื่นที่แพทย์ต้องพิจารณาร่วมด้วย เช่น ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ การทำงานของกล้ามเนื้อ และระยะเวลาหลังการรักษา
แล้ว Xeomin Program เกี่ยวข้องกับเรื่อง “ดื้อโบ” อย่างไร?
สิ่งที่น่าสนใจของ Xeomin Program คือมีการศึกษาเรื่อง การกระตุ้นภูมิคุ้มกันและการสร้างแอนติบอดีที่ยับยั้งการออกฤทธิ์ของยา ในผู้ที่ได้รับการรักษาเป็นระยะเวลานาน
งานวิจัยของ Hefter และคณะ ปี ค.ศ. 2020 ศึกษาผู้ที่ได้รับอินโคโบทูลินัมท็อกซิน เอ ในระยะยาว และตรวจหาแอนติบอดีที่สามารถยับยั้งการออกฤทธิ์ของยา
ในกลุ่มที่ได้รับอินโคโบทูลินัมท็อกซิน เอ เพียงอย่างเดียวจำนวน 59 ราย ไม่พบผู้ที่ตรวจพบแอนติบอดีดังกล่าว (0/59 ราย)
ส่วนกลุ่มที่เคยได้รับโบทูลินัม ท็อกซิน ชนิดอื่นมาก่อนแล้วเปลี่ยนมาใช้อินโคโบทูลินัมท็อกซิน เอ พบ 2 จาก 32 ราย ที่ตรวจพบแอนติบอดี (PubMed)


งานวิจัยนี้บอกอะไรเรา?
ข้อมูลดังกล่าวสนับสนุนว่า อินโคโบทูลินัมท็อกซิน เอ มีศักยภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในระดับต่ำ และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับความสนใจในการรักษาระยะยาว
*อย่างไรก็ตาม งานวิจัยดังกล่าวเป็นการศึกษาในศูนย์เดียวและเป็นการศึกษาแบบตัดขวาง รวมถึงมีผู้เข้าร่วมที่ได้รับการรักษาหลายข้อบ่งใช้ จึงไม่ควรตีความว่า Xeomin Program “ไม่ทำให้ดื้อโบ” หรือรับประกันว่าจะไม่เกิดแอนติบอดีในทุกคน
ฉีด Xeomin Program แล้วเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
ผลของโบทูลินัม ท็อกซินจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังฉีด โดยการเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ ปรากฏหลังการรักษา และพัฒนาเพิ่มเติมในช่วงถัดมา
ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลและระยะเวลาที่ผลคงอยู่ อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา การทำงานของกล้ามเนื้อ ปริมาณที่ใช้ และปัจจัยเฉพาะบุคคล
แพทย์จึงมักประเมินผลหลังการรักษาตามระยะเวลาที่เหมาะสม แทนการตัดสินผลในช่วงแรกหลังฉีด
ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
Xeomin Program ไม่ได้กำหนดจำนวนครั้งตายตัวสำหรับทุกคน
การฉีดแต่ละครั้งจะประเมินจากลักษณะริ้วรอยและการทำงานของกล้ามเนื้อในขณะนั้น เมื่อผลของการรักษาค่อย ๆ ลดลง แพทย์จึงพิจารณาความเหมาะสมของการรักษาครั้งถัดไป
การฉีดซ้ำควรอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และไม่ควรฉีดถี่เกินความจำเป็น
Xeomin Program เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลริ้วรอยที่เกิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น
- ริ้วรอยหน้าผาก
- รอยย่นระหว่างคิ้ว
- ริ้วรอยหางตา
- ริ้วรอยที่เห็นชัดขึ้นขณะขยับหรือแสดงสีหน้า
ผู้ที่ต้องการดูแลริ้วรอยโดยยังคงการแสดงสีหน้าที่เป็นธรรมชาติ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสมได้
ฉีด Xeomin Program แล้วหน้าจะดูแข็งไหม?
การที่ใบหน้าจะดูเป็นธรรมชาติหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ
- ตำแหน่ง
- ปริมาณ
- เทคนิคการฉีด
- การทำงานของกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล
การฉีดในปริมาณที่เหมาะสมและตำแหน่งที่สอดคล้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อ จึงเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนการรักษา
ที่ iSKY Clinic แพทย์จะประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อและลักษณะใบหน้าก่อนวางแผนการฉีดเป็นรายบุคคล
ก่อนฉีด Xeomin Program ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่
- แจ้งประวัติการแพ้ยา หรือเคยมีปฏิกิริยาจากการฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน
- แจ้งแพทย์หากเคยได้รับโบทูลินัม ท็อกซินมาก่อน รวมถึงช่วงเวลาที่ได้รับครั้งล่าสุด
- หากมีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือความผิดปกติบริเวณที่จะฉีด ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับบริการ
- เข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนฉีด เพื่อวางแผนตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสม
หลังฉีด Xeomin Program ควรดูแลอย่างไร?
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังการรักษา
- หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีด
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้บริเวณที่ฉีดเกิดการระคายเคือง ตามคำแนะนำของแพทย์
- ไม่ควรฉีดเติมหรือทำหัตถการซ้ำก่อนถึงช่วงเวลาที่แพทย์ประเมิน
- หากมีอาการผิดปกติหลังการฉีด ควรติดต่อคลินิกหรือพบแพทย์
ทำไมการฉีด Xeomin Program จึงควรเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์?
เพราะใบหน้าของแต่ละคนมีทั้ง โครงสร้าง การทำงานของกล้ามเนื้อ และรูปแบบการเกิดริ้วรอยที่แตกต่างกัน การรักษาจึงไม่ควรเริ่มต้นจากการกำหนดจำนวนยูนิตเพียงอย่างเดียว
“การรักษาควรปะเมินจาก กล้ามเนื้อบริเวณไหนกำลังทำงานอย่างไร และต้องการดูแลริ้วรอยส่วนใด”
จากนั้นจึงวางแผนตำแหน่งและปริมาณการฉีดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวหนัง
เคสรีวิว
ทำโปรแกรม Botulinum Toxin (Xeomin) เพื่อลดริ้วรอย บริเวณหน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว รอยตีนกา






* ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล























